ไปเที่ยวกัน

การแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

กระซิบรักที่ วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน

                วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน นอกจากจะเป็น จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว แนวธรรมชาติที่งดงามแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่เข้าแล้วทำให้รู้สึกจิตใจสงบ อย่างวัดด้วยค่ะ ที่มีความงดงาม แบบล้านนาและ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มีแค่ที่นี่เท่านั้น และยังคงรักษา ไว้อยู่ดั่งเดิม และยังมีนักท่องเที่ยว หลั่งไหลเข้ามาอย่าง เป็นประจำ ทำให้จังหวัดและ พ่อค้าแม่ค้าเกิดรายได้ เข้ามา นอกจากกระเป็น การกระตุ้นการท่องเที่ยวแล้ว ก็ยังทำให้ผู้คน มีรายได้ด้วย เพราะวัดแห่งนี้ มีเอกลักษณ์ตรง งานจิตรกรรมล้านนาที่ เป็นรูปคนสองคนยืนแนบข้างกัน และกระซิบหากัน ที่มีชื่อรูปว่ารูป กระซิบรัก ซึ่งวันนี้ แอดมินก็นำเอารายละเอียดมา เล่าให้ทุกท่านฟังกันค่ะ จะมีที่มาที่ไป อย่างไรนั้น มาอ่านไปพร้อม ๆ กันเลยค่า

วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน

                วัดตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดน่าน และเป็นอีกวัดหนึ่งที่ถ้า ไม่มาที่นี่ ก็ถือว่ามาไม่ถึง เพราะมีภาพจิตรกรรม ฝาผนังของ ปู่ม่าน ย่าม่าน หรือ ภาพกระซิบรัก บรรลือโลก จนเป็นภาพวาด ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ จังหวัดนี้  และนอกจาก ภาพวาดที่โด่งดัง วัดแห่งนี้ก็มีจุดเด่นที่สำคัญคือ พระอุโบสถทรง จตุรมุขที่มีบัน ไดนาคทั้งสี่ทิศ ข้างในประดิษฐาน พระประธานจตุรพักตร์ 4 ด้าน ไม่ว่าจะเดินขึ้นบันได ทิศไหนก็จะพบพระพักตร์ ของพระพุทธรูปทุกด้าน

                วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อ ประมาณ พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครอง เมืองน่านได้สร้างขึ้นหลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี และได้มีปรากฏในคัมภีร์ เมืองเหนือที่เป็น ลายลักาณ์อักษรชัดเจนว่าเดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” ซึ่งเป็นชื่อของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ผู้สร้างวัด แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็น วัดภูมินทร์

                ด้วยความที่ผ่านมามากกว่า 100 ปี ทำให้วัดก็เสื่อม โทรมไปตามกาลเวลา เมื่อระยะเวลาผ่าน ไปจนถึงการปกครองใหม่ ก็ได้รับ การบูรณะครั้งใหญ่ สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.2410 หากนับช่วงรัชกาล ก้จะอยู่ในช่วงปลาย ของสมัยรัชกาลที่ 4 และเวลาที่ใช้ซ่อมนั้น ก็กินเวลาไปนานถึง 7 ปี

เพื่อให้วัดดูสวยงาม และสมบูรณ์แบบ ให้ได้มากที่สุด จิตรกรรมฝาผนัง ในวิหารหลวงเขียนขึ้นในช่วงนี้ ภาพจิตรกรรมหรือ ในอดีตได้เรียกกันว่า “ฮูบแต้ม” รายละเอียดในวัดนั้น ก็จะเป็นพุทธชาดก แบบวัดทั่วไปที่ เราเคยได้พบ ได้เห็นกัน และภาพวาด ก็จะมีลักษณะการ แต่งกายที่สอดคล้อง กับวัมนธรรมในอดีต นั้น และก็มีภาพเด่นที่

เป็นจุดน่าสนใจ คือ ภาพปู่ม่านย่าม่าน ซึ่งเป็นคำ เรียกผู้ชายผู้หญิง ชาวไทลื้อในสมัยโบราณ กระซิบสนทนากัน ผู้ชายสักหมึก ผู้หญิงแต่งกายไทลื้อ เป็นภาพที่ค่อข้างสมบูรณ์ และดู สวยงามมาก ๆ ที่หนึ่งของ ไทยเลย และการวาดภาพ ไทลื้อมันก็บ่งบอก ได้ว่า ในอดีตนั้นมีชาวไทลื้อ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในเขตนี้ และก็ได้รับ วัฒนธรรมส่งผลมา ยังปัจจุบันนั่นเองค่ะ และภาพ นี้ก็ยังทำให้วัดนี้ โด่งดังขึ้นมาก ๆ ด้วยความงดงามอัน เป็น เอกลักษณ์ของที่นี่ ที่ไม่เหมือนใคร

                และหากใครสนใจ ไปเที่ยวที่นี่ ช่วงนี้ก็เป็น ช่วงโควิด ก็อยากให้ทุกท่าน ตรวจสอบก่อน ว่าวัดสามารถเปิด ให้เข้าชมไหม เพราะวัดตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง ซึ่งก็มีผู้ คนมากมาย และก่อนไปต้องแต่งกาย ให้สุภาพด้วยนะคะ ทุกคนอย่างไร ก็ตาม หากใครได้ไปเที่ยวชม ความงามของที่นี่ ก็ขอให้เดินทาง โดยสวัสดิภาพกันนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บการศึกษา

o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ไปเที่ยวกัน